(โคราช8เด้ง) โคราช 8 เด้ง

posted on 17 Feb 2010 10:18 by loveistime
             ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแอบแนบเอย

                       ผมจำท่อนสุดท้ายกลอนนี้ของสุนทรภู่ไม่ได้ว่าลงท้ายว่าอย่างไร ผมจำท่อนแรก เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาวกับอีกท่อน จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อยและอีกท่อนคือประโยคบรรทัดข้างบน

                       ผมจำท่อนทั้งสามนี้ได้ เพราะทั้งสามท่อนเป็นชื่อของหนังสือรวมเรื่องสั้นทดลองวิทยาศาสตร์สามเล่มของ วินทร์ เลียววาริณที่ผมเพิ่งอ่านจบไป

                       ซึ่งหนังสือทั้งสามเล่มนี้ตอนท้ายเล่มจะมีเรื่องสั้นเป็นชื่อกลอนสุนทรภู่ตามที่กล่าวไป โดยเนื้อเรื่องทั้งสามตอนจะเล่าถึงสุนทรภู่คุยกับบุคคลนอกโลกที่ชื่อดารันต์ และเล่าผูกโยงกับชีวิตเรื่องราวกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์และบทกลอน

                       เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ว่าใครหลายคนเวลามองท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่มองเห็นดวงดาวเกลื่อนท้องฟ้า ใครบางคนจะแอบคิดว่า จะเป็นไปได้ไหม ที่ดาวที่เราเห็นอยู่ไกลนี้จะมีสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นอยู่

                       แต่คืนนี้ผมไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น เพราะผมคิดถึงคนบนโลกนี้ พร้อมกับฮัมเพลงในใจ

                       ดึกแล้วข่มตานอนแต่หัวใจลุ่มเร้า ออกมายืนหาดาวช่วยปลอบใจ ดึกแล้ววุ่นใหญ่ใจร้อนรน ฮัม...

                       เขาคงนอนหลับอยู่ ไม่รู้ไม่สนใจ ฉันเดียวดายก็ใครคิดถึงเธอ แค่เพียงเอยความในใจบอกเธอให้รู้ไป เริ่มยังไงไม่กล้าพอ อยากขอ ฝากดวงดาวทำให้ใจเธอรู้ ว่ามีใครเฝ้าดูได้แต่คอย ได้ไหมช่วยหน่อยช่วยฉันที ช่วยบอกเธอ

                        ผมคืนถ้วยกาแฟที่พี่โต้งฝากถือไว้คืน หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เดินกลับไปยังโต๊ะอาหารอีกครั้ง

                       พี่ตั้นถาม คืนนี้จะเอาหรือเปล่า เดี๋ยวจัดให้

                       พี่สุมองหน้าชัดชัยบอก ไม่รู้เพื่อนฉันมีเสน่ห์นะเนี้ย

                       พี่ชัดยิ้ม

                        ผมบอกพี่ตั้นว่า พี่พอจะมีอะไรช่วยเสริมหรือเปล่าละ เพราะถ้าปกติเป็นผู้หญิงเรา มันให้ความรู้สึกต้องทนุถนอมทำอะไรรุนแรงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นชัดชัยได้ใช้ความดิบความเถื่อนแบบผู้ชาย มีแต่กลัวว่าไม่ถึงตามที่ชัดชัยต้องการ

                        คนในโต๊ะหัวเราะกัน

                        พี่สุหันมาพูดอะไรบางอย่างกับผมโดยตรง

                        ผมบอก ผมหมายถึงแทงไพ่ ถ้ามีผู้หญิงเป็นเจ้าไม่กล้าแทงเยอะ แต่ถ้าผู้ชายแทงถึงไหนถึงกัน”    

                        คนในโต๊ะหัวเราะกัน

                        นั่งไปได้ซักพัก คนในโต๊ะคะยั้นคะยอ บอกให้ผมหาวิธีให้เด็กๆ ลงจากเวทีร้องเพลงคาราโอเกะ จะได้ให้พวกเราเสียบแทนบ้าง จนในที่สุดบอก ให้ผมไปเจรจากับเด็ก บอกเดี๋ยวขอให้มินท์กับนิค ขึ้นไปร้อง

                        ผมเดินเข้าไปเจรจารอบแรกไม่ค่อยสำเร็จเท่าไร น้องเขาบอกกับผมว่า ถ้าพี่เขาจะร้องให้เขาขึ้นมาบนเวที ผมเดินกลับจะไปตามสองคนมา พอดีเพื่อนของพี่หมิงซึ่งเป็นพ่อของเด็กๆ เดินออกมาด้วย เลยช่วยจัดการให้ ใครในโต๊ะพูดว่า ปฏิวัติรอบแรกไม่สำเร็จ ต้องให้ผู้มีบารมีนอก... จัดการให้

                        แต่เด็กๆ ก็ยังจะร้องต่อ แต่เป็นเพลงสุดท้ายก่อนย้ายเข้าไปเล่นต่อข้างในบ้าน

                        ในที่สุดก็ปฏิวัติสำเร็จ กลุ่มพวกเราน่าจะจัดได้ว่ารุ่นกลางก็ได้ขยับเปลี่ยนไปร้องเพลงบ้าง

                        ร้องเพลงสลับกันไปมา พี่หมิงเดินมาขอร้องเพลงบ้าง พอพี่หมิงเริ่มร้องก็เรียกเสียงตบมือกันเกลียวเพราะจะหาโอกาสที่ไหนได้ที่หมิงจะมาร้องเพลงให้ฟัง พิ่หมิงเลือกเพลงที่ร้อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร้องให้ใคร เพลงที่ร้องเป็นเพลงของ กบ ทรงสิทธ์เพลงมันร้องประมาณว่า

                        รักของเรายังใหม่ยังไม่เก่าเลย เหมือนวันวานที่เคยเป็นอย่างนั้น แม้จะเคยบอกไปว่ารักเธอ บอกเธออยู่ทุกวัน ก็ยังเป็นคำดีๆ จากในใจ  จะนานเพียงไหน...

                        พี่หมิงร้องเพลงนี้จบ ผมก็บอกให้นิคเลือกเพลง ‘Home’ อีกเพลงขึ้นมาเพราะจำได้ว่าหมิงชอบเพลงนี้ โดยเพลงนี้ผมจะร้องประสานด้วย โดยผมคิดถึงภาพของคุณเศรษฐา ศิริฉายา ร้องคู่กับคุณธีร์ ไชยเดช

                        ดอกไม้ประตูแจกันดินทรายต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำจานชามบันได โคมไฟที่สวยงาม ดอกรั้วระรินทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในกระถาง บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ เพราะว่าเธอคือบ้าน...

                        เพลงนี้เป็นเพลงเพลงหนึ่งที่ผมจินตนาการว่าจะร้องและเล่นกีตาร์ให้ภรรยาในอนาคต ถ้ามี (เน้นย้ำอีกทีในวงเล็บ ถ้ามีนะ)

                        พี่หมิงร้องเพลงเสร็จก็เดินไปที่โต๊ะอาหาร และชวนให้พวกที่ยังอยู่ ให้เข้าไปในบ้าน โดยเน้นย้ำคำที่เข้าใจความหมายกันดี สองครั้ง เดี๋ยวพี่เป็นเจ้าเอง

 

 

 

                       ที่โต๊ะอาหารที่ถูกเนรมิตให้เป็นบ่อนการพนันชั่วคราว

                       เล่นผ่านไปไม่ได้กี่ตา ขณะที่ผมเล่นอยู่ ผมก็จะขอไปเข้าห้องน้ำ เจอพี่ตั้นผลักไว้ ให้นั่งลง บอกเดี๋ยวลุกไปฉี่เล่นได้อยู่ เดี๋ยวเสียหรอก ผมนั่งเล่นอยู่อีกสองตาก็ต้องรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ เพราะคราวนี้ไม่ไหวแล้ว ไม่ฟังคำทัดทานพี่ตั้นแล้ว พี่ตั้นแซวบอก เล่นทั้งคืน ได้กำไรไม่กี่บาท แต่ไม่คุ้มกับที่เป็นนิ่ว

                       กลับมาเล่นต่อ ผมพยายามทำตัวให้อารมณ์ดีที่สุด พยายามจะแซวนู้นแซวนี่ เพราะเคยได้ยินเรื่องที่ว่าคนชนะในวงไพ่มักเป็นคนที่คุยเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ แต่คนที่เล่นเสียจะเป็นคนที่บอกให้หุบปาก และบอกให้รีบแจกไวๆ หรือ รีบกลับเล่นเร็วๆ เถอะ 

                       เล่นไปเรื่อยๆ  เวลาผ่านไปไวเหมือนตอ.... นาฬิกาเดินทางมาถึงตีสอง ผู้เล่นและผู้ชมที่เคยหนาแน่นเมื่อต้นเกมเริ่มหาย ผมกำลังคิดว่า อาจจะนั่งเล่นอีกไม่กี่ตาแล้วจะขอตัวเข้านอนตามคนอื่นก่อนหน้านี้ไป โดยคิดว่าจะเอาเงินกำไรที่ได้ทั้งหมดคืนพี่หมิง เพื่อแสดงน้ำใจ แต่เล่นไปเล่นมาพอครบกำหนดตาที่ตั้งใจจะเลิกเล่นกลับเสีย  เลยนั่งเล่นต่อ

                       เล่นไปได้สักพักมีการเปลี่ยนตัวเจ้ามือ เมื่อพี่หมิงขอเข้าห้องน้ำ พี่จิ๋มกับพี่ชัดสลับกันเป็นเจ้า โดยเพื่อนพี่หมิงขอตัวเข้านอนก่อนอีกคน เหลือผม พี่จิ๋ม พี่ชัด นิค และพี่โต้ง คนที่รับอาสายืนตัดไพ่ (ขณะเล่นก็ยืนเล่นไพ่ทั้งคืน ไม่ได้นั่ง) เพราะเมื่อทำอย่างนี้ทำให้คนในวง ซึ่งน่าจะหมายถึงตัวพี่จิ๋มกับตัวพี่โต้งเองเล่นได้

                       พี่หมิงกลับออกมาเป็นเจ้าอีกครั้ง เล่นไปจนถึงตีสาม ขณะที่นั่งเล่นไปเรื่อย ก็ผลัดกันแซวตัวเองและพวกที่เล่นด้วยกัน ว่าอาจจะเล่นถึงเช้า เล่นเสร็จเข้าครัวทำข้ามต้มมื้อเช้าเลย

                       ผมบอก ไม่ใช่พอพวกเขาตื่นขึ้นมาแล้วยังเห็นพวกเราเล่นอยู่เลย โดยเฉพาะพี่หน่อยตื่นแต่เช้าด้วยเผลอๆ ตีห้าแกก็ตื่นแล้ว

                      ในที่สุดก็เลยตี 3 มาได้หน่อยหนึ่งต้องมีการกำหนดว่าจะเล่นอีกกี่ตาเพื่อจะเลิกเล่น เพราะจะได้เข้านอนกันบ้าง (มาถึงตรงนี้คนอื่นเล่นเสร็จเข้านอนได้เลย แต่ผมซิยังไม่ได้อาบน้ำ) ตาท้ายๆ แต่ละคนก็แทงกันเยอะขึ้น เพราะอาจหมายถึงการทิ้งทวนการเล่นไผ่ครั้งนี้แล้ว โดยไม่คิดว่าตอนเช้าขึ้นมาจะเล่นกันอีก

                      ในที่สุดก็เล่นกันจบ ตีสามกว่า (แล้วพรุ่งนี้จะตื่นกี่โมง ผมคิด)

 

 

 

                       เจ็ดโมงเช้า ตื่นขึ้นมาพร้อมกับพี่หน่อย พี่ตี๋ ผมเดินออกมาข้างนอกห้องนอน ใครหลายคนก็เริ่มตื่น แล้วมักไม่ใช่ขาไพ่เมื่อวานที่นั่งเล่นด้วยกันจนดึกดื่น  

                       นั่งคุยกับพี่หน่อยพี่ตี๋ในห้องสักพัก ผมก็เดินออกมากินข้าวต้มที่แม่ครัวแม่จัดไว้ให้ ตามห้องอื่นที่ออกมากินกันแล้ว ผมนั่งคุยกับพี่ตั้น และคนนู้นคนนี้ถึงเรื่องเล่นไพ่เมื่อคืน

                       พี่ตั้นพูดถึงเรื่องเมื่อคืนที่ว่าเห็นผมนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวอยู่ดีๆ ก่อนจะลุกไปแย่งไมค์ติงร้องเพลง ก่อนจะเดินหายไป ก่อนกลับมาพร้อมโอวัลติน

                        ผมบอก ก็ตอนร้อ