Symphony of Light ระบำแสงไฟ บนถนนแห่งดวงดาว

 

-1-

 

                        ติช นัท ฮันห์ เคยกล่าวเอาไว้

                        พระพุทธองค์ทรงตักเตือนพวกเราอยู่เสมอว่า อดีตได้ผ่านไปแล้ว อนาคตยังมาไม่ถึง ช่วงขณะของชีวิตเดียว คือช่วงขณะปัจจุบัน เราได้นัดหมายกับชีวิตของเรา และการนัดหมายนั้นเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ ถ้าเราพลาดปัจจุบันขณะ เราก็พลาดการนัดหมายของชีวิตเช่นเดียวกัน

 

-2-

           

                       เสียงประกาศภาษาอังกฤษดังขึ้นเป็นระยะ

                       ว่า Symphony of Light กำลังจะเริ่มการแสดง ผมก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือเข็มสั้นอยู่เลขเจ็ด เข็มยาวกำลังเดินทางไปที่เลขห้า (ผมตั้งนาฬิกาเร็วกว่าเวลาจริง 5 นาที และผมไม่ได้ปรับเวลาจากไทยไปเป็นฮ่องกง)

                        อากาศฮ่องกงตอนค่ำลง อากาศหนาว

                       ไม่ใช่ โคตรๆๆๆๆๆๆๆ  หนาว

                       เสียงติงยังบ่นกลับผมหลังจาก ติงกับพี่จิ้ม โดนกลุ่มคน(น่าเป็นคนจีน) แยกตัดหน้า หลังจากที่ผมถ่ายรูปกับรูปมือของเฉินหลงเสร็จ แล้วติงกับพี่จิ้มรออยู่ แต่โดนตัดหน้าเฉย

                       ผมพาพี่จิ้ม ติง เดินไปยืน มุมที่เขายืนตั้งกล้องถ่ายรูปกันเยอะๆ เพราะคาดว่าน่าเป็นมุมดีที่สุด เมื่อระบำแสงไฟกำลังจะเริ่มแสดง

 

-3-

 

                        ชายหนุ่มยืนนิ่งสบตาหญิงสาว

                        เขาคิด อะไรคือเหตุผลที่แท้จริง ที่ทำให้หญิงสาวข้างหน้าของเขาตอนนี้ มายืนอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้ หญิงสาวสวย ไฮโซ การศึกษาดี สำหรับเขาเธอคือนางฟ้าเลย ถ้าเทียบกับตัวเขาละ เขายังเป็นชายหนุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นอนาคตในบริษัทที่ดูเหมือนใหญ่โต แต่เขาก็แค่ลูกจ้างที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ที่ทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไร 

                        เทียบกับชายหนุ่มที่ขับรถเฟอรี่ที่เคยเห็นมารับ เคยส่งดอกไม้ให้เธอ สำหรับเขากับเรา เธอคิดยังไง

                        อะไรคือเหตุผลที่แท้จริง ที่เธอตัดสินใจให้เธอมาเที่ยวกับเรา ตามคำชวนของเรา ถึงอดจะคิดว่าเธอกำลังคิดเหมือนที่เขาคิดกับเธอตอนนี้ แต่ใครจะมั่นใจได้ละ เมื่อเทียบสถานะของเขากับชายหนุ่มคนนั้น

                        ในอนาคตใครจะเป็นคนที่ทำให้เธอมีความสุขมากกว่ากัน?

 

-1-

 

                        พระอาจารย์เซนนาม บันเคมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย

                        เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่อิจฉาของพระสำนักอื่น จนวันหนึ่งมีพระนิกายอื่นมาขอโต้วาทีด้วย

                        โดยยกขึ้นมาว่า ท่านผู้ก่อตั้งนิกายเราสามารถให้ลูกศิษย์ของท่านยืนถือกระดาษอยู่อีกฝากหนึ่งของแม่น้ำ และตัวท่านยืนอยู่อีกฝากหนึ่ง ใช้พู่กันเขียนคำว่า อมิตาภะพุทธท่านสามารถทำปาฏิหารย์อย่างนี้ได้หรือไม่

                        พระอาจารย์บันเค บอกว่า นั้นไม่ใช่วิถีเซนที่แท้จริง ปฏิหารย์สำหรับเราคือ เวลาหิวก็กิน เวลาง่วงหาวก็เข้านอน

 

-2-

 

                       แสงไฟถูกยิงออกมาจากบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทางฝั่งฮ่องกง

                        ผมมองเห็นแสงไฟจากฝั่งเรายิงไปมาโต้ตอบกลับ พร้อมเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มคลอ

                       เสียงแฟลต และกดชัดเตอร์ก็ได้ยินไม่ขาดสาย

                       ผมกดชัตเตอร์ตามแสงไฟ และตัวตึกที่ยิงแสงไฟตาม

                       เสียงติงบอก ทำไม ไม่ถ่ายวิดีโอ จะได้เห็นภาพเคลื่อนไหว

                       ผมตัดสินใจทำตามคำติงบอก ผมถ่ายวิดิโอ ก่อนจะยื่นกล้องให้พี่จิ้มเพื่อถ่ายวิดีโอภาพผมกับระบำแสงไฟที่กำลังแสดง 

                       ผมก้มมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกครั้ง ผมรู้ว่าระบำแสงไฟ พวกนี้เหลือเวลาแสดงอีกเจ็ดแปดนาที

                       ผมตัดสินใจที่จะหยุดถ่ายรูปและนั่งลงเพื่อดื่มดำกับบรรยากาศตอนนี้ เผื่อจะได้มีเวลาปล่อยให้ตัวเองได้คิดนู้คิดนี่ไปกับบรรยากาศตรงนี้

                       ทรงกรดเคยกล่าวไว้ในหนังสือ สองเงาในเกาหลีว่า กล้องถ่ายรูปเป็นวิธีการทำความรู้จ้กสถานที่นั้นๆ น้อยที่สุด

 

-3-

 

                       หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่ม

                       เธอตัดสินใจมากับชายหนุ่มครั้งนี้ เพราะต้องการความมั่นใจชายหนุ่มบางอย่าง และอยากให้เขามั่นใจอะไรในบางอย่างเช่นกัน

                       เธอมีคนที่พ่อแม่เธอ เลือกให้แล้ว และคิดว่าเป็นคนที่เหมาะสมกับเธอ และฐานะครอบครัวของเธอ ฐานะของพ่อผู้ชายคนนั้นที่จะยกฐานะของที่ครอบครัวเธอให้ยืนอยู่บนสุดของยอดเขาทุนนิยมอย่างสบาย

                       แต่เธอต้องการอะไรบางอย่างในการตัดสินใจอนาคตของเธอ ก่อนเธอจะไปเรียนต่ออังกฤษ กับชายที่อยู่ตรงหน้า ที่ต้องกลับไปทำงานเมืองไทย นั้นหมายความว่าหลังจากวันนี้เราต้องแยกจากกันก่อน 

                      หญิงสาวถามคำถามบางคำถามกับชายหนุ่ม

                      ไม่รู้เพราะเสียงเพลง Symphony ที่ดังอยู่ หรือเสียงหญิงสาวแผ่วเบา หรือชายหนุ่มไม่แน่ใจกับคำถามที่ได้ยิน

                      ทำให้ชายหนุ่มถามอีกครั้ง ว่าอะไรนะ

 

-2-

 

                       ผมปลดปล่อยตัวเองมองแสงไฟ

                       ทั้งที่ขยับแสงตามตัวตึกบ้าง ทั้งยิงไฟใส่กันบนท้องฟ้า พอมองไปไกลหลังแสงไฟ คืนนี้ท้องฟ้าเหมือนผ้าคลุมโปรงหน้าเราเมื่อเราปิดไฟนอน ไม่เห็นแสงดาว ผมมองไม่เห็นพระจันทร์จากฝั่งที่ยืนมองแสงไฟ

                       ผมเคยได้ยินว่าแสงจากดวงดาวที่เรามองเห็น ดาวบางดวงนั้นก็ไม่มีแล้วสิ้นอายุขัย แต่ที่เราเห็นแสงของดวงดาวอยู่นี้ เป็นเพราะระยะเวลาของแสงกว่าจะเดินทางมายังโลก นั้นหมายความว่าเรากำลังมองอดีตของแสงดาวดวงนั้นอยู่ และทำไมถึงมีหมอดูดวงดาวเพื่อบอกโชคชะตาในอนาคตของชีวิตได้ละ

                       ผมหันไปมองบรรยากาศรอบข้าง ผมพยายามมองหาว่ามีคู่รักที่มายืนมานั่ง กลุ้มมือกันเพื่อนดูแสงไฟว่ามีบ้างไหม ผมมองไม่เห็น ณ จุดที่ผมยืน ส่วนใหญ่จะมีแต่เพื่อนมาด้วยกัน หรือตั้งใจมาถ่ายรูปมากกว่า ขณะมองหาผมก็จินตนาการฉากหนึ่งของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งขึ้นมาเอง ว่าขณะนี้กำลังนั่งมองระบำแสงไฟเหมือนผมอยู่

                       ผมมองระบำแสงไฟของค่ำคืนนี้อีกครั้ง เมื่อดูจากเวลาที่น่าจะเดินทางมาช่วงสุดท้าย ผมไม่แน่ใจว่าแสงสุดท้ายที่เขายิงจากตัวตึกฝั่งนู้นเขาเลิกยิงไปแล้ว ก่อนที่จะมาถึงตาผมนานเท่าไหร่

                       แต่เวลาของระบำแสงไฟ บนถนนแห่งดวงดาวของผมคืนนี้หมดแล้ว

 

-3-

 

                       หญิงสาวถามชายหนุ่ม คุณรักฉันหรือเปล่า

                       ชายหนุ่มนิ่ง+อึ่ง ในใจ ดีใจลึกๆ ที่เธอถามคำถามนี้ เพราะมันแปลความหมายอะไรบางอย่าง

                       แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกลำบากใจ เมื่อมองตัวเขากับเธอ ความรักของเขาจะทำร้ายเธอหรือเปล่า เพราะเมื่อมองจากอดีตตัวเขา หรืออนาคตของเขาและเธอจะเป็นอย่างไร ถ้าเราคบกันจริงๆ

                       หรือเขาควรจะให้สิ่งที่เกิดขึ้นของเขากับเธอในคืนนี้ เป็นแค่ฝันตื่นหนี่ง

                       และเก็บเธอไว้เป็นความทรงจำดีๆ

 

                       ทันใดนั้น เมื่อเขามองผ่านแสงระบำไฟ เขาก็มองเห็นดาวที่กำลังตกลงจากท้องฟ้า เขารีบชี้ให้เธอดู

                       หญิงสาวหันไปมองดูตามนิ้วมือชายหนุ่ม มองเห็นดาวกำลังตกลงไป ท่ามกลางระบำแสงไฟที่กำลังจะสิ้นสุดลง

                       ชายหนุ่มคิดอะไรขึ้นมาได้ หลังเห็นแสงของดาวตกนั้น

                       อดีต อนาคต ปัจจุบัน บางครั้งก็มีส่วนทับซ้อนอย่างเดียวกันอย่างแยกไม่ออก การตัดสินใจหรือการทำอะไรลงไปของเราในวันนี้ บ่อยครั้งมาจากประสบการณ์และความคิดที่สะสมจนเป็นเราจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และการตัดสินใจเราปัจจุบันนี้ก็จะกำหนดอนาคตข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตของอนาคต

                       เวลาดาวตกนั้นสั้น แต่สว่างไสวสวยงาม

                       ชายหนุ่มหญิงสาวหันมาสบตากันอีกครั้ง

                       ก่อนที่ชายหนุ่มจะ.....

 

-1-

 

                        ติช นัท ฮันห์ กล่าวไว้

                        ปฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือ เหาะเหินเดินอากาศ แต่คือการเดินอยู่บนพื้นแผ่นดิน ทุกย่างก้าวอย่างสติตื่นรู้อยู่ทุกขณะ

 

-2+3-

 

                        ขณะยืนหลบฝนอยู่ ผมเกิดคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา ผมคิดว่าถ้าใครคนนั้นมายืนหลบฝนด้วยกันกับผมตอนนี้จะเป็นอย่างไร ผมกลับไปคิดถึงบางประโยคในหนังสือสองเงาในเกาหลี ของทรงกรดอีกครั้ง

                        ผมคิดว่าผมหาประโยคจบของฉากรัก ที่ผมคิดขึ้นขณะดู Symphony of Light ได้แล้วล่ะ

 

                        .....

 

                        เธอคงไม่ลืม รอยจูบที่นั้น จูบที่นี่ จูบตรงนี้ กลาง.........

Comment

Comment:

Tweet