คิดแบบเด็กทำแบบผู้ใหญ่

                 กลับออกจากที่พัก ศิลาสากลรีสอร์ทที่พักเมื่อคืน ที่ได้รับการอนุเคราะห์จากเพื่อนพี่หมิงครั้งนี้ ให้มาพักฟรี

                        ซึ่งพี่หน่อยไปสอบถามว่ารีสอร์ทแห่งนี้ไม่ได้เปิดเพื่อการค้า แต่ใช้เป็นการส่วนตัวหรือใช้สำหรับหน่วยงานราชการที่ขอมาใช้เป็นพิเศษ พี่หน่อยบอกว่าเดี๋ยวสัปดาห์หน้าช่อง 3 หรือ ช่อง 7 ไม่รู้ จะมาใช้สถานที่ที่ที่เราพัก

                        ออกจากที่พักถ้าตามกำหนดการเดิมคือต้องไปแวะกินข้าวที่ฟาร์มโชคชัยตอนกลางวันก่อนจะไปต่อที่ไร่สุวรรณเพื่อซื้อของฝากกลับบ้าน

                        แต่กำหนดการมีการเปลี่ยน เพราะเห็นว่าเมื่อวานเรากินร้านอาหารสเต็กกันแล้ว วันนี้เลยน่าจะเปลี่ยน เราเลยเปลี่ยนเป็นร้านอาหารเรือนไทยแทน

                        ซึ่งหลังกินอาหารมื้อนี้เสร็จรถคันผมก็ขอแยกย้ายกลับกรุงเทพก่อน ไม่ขอไปไร่สุวรรณ เช่นเดียวกับกลุ่มพี่หมิงกับเพื่อนก็ขอแยกย้ายไป Outlet

                        เราใช้เวลาล่ำลากันไม่นานก็แยกย้ายกันกลับ ก่อนแยกย้ายกันกลับ ผมพูดเล่นๆ ว่าคันผมรีบกลับจะไปงานบอลจุฬา-ธรรมศาสตร์

                        พี่หน่อยบอกแฟนพี่เป็นคนอันเชิญพระเกี้ยว

                        ผมคิดในใจ ไอ้เด็กผู้ชายที่แบกหรือ? โดยไม่ต้องพูดอะไรออกไปมากเพราะแก โดนพี่จิ๋มกับพี่นกรุมสหบาทาทางคำพูดแทนผมไปแล้ว

                        ผมบอกกับพี่ตี๋ว่าจะขอแวะฟาร์มโชคชัยเพื่อซื้อของฝากแทน เพราะไม่ได้แวะซื้อที่ไร่สุวรรณแล้ว พี่ตี๋ตอบตกลงเพราะแกจะซื้อด้วยเหมือนกัน แต่ก่อนแวะฟาร์มโชคชัยแวะ Outlet ให้พี่นกซื้อกาแฟก่อน

 

                        ถึงฟาร์มโชคชัย พี่ตี๋จอดรถหน้า Umm… mill

                        ก่อนเข้าที่จอด เรื่องที่คุยกัน ไม่แปลกถ้าจะพูดถึงสิ่งที่แยกไม่ออก ระหว่างฟาร์มโชคชัย กับ ตัวผู้บริหารและเจ้าของอย่าง คุณโชค บูลกุล

                         ผมบอก ฟาร์มโชคชัยตอนนี้ดูใหญ่โตมากกว่าที่เคยมาเมื่อหลายปีก่อนเยอะ ที่จอดรถก็ด้วย

                         พี่ตี๋พูดขึ้น ว่าตัวคุณโชค ดังมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแต่งงานกับสู่ขวัญที่อ่านข่าวคู่สรยุทธช่วงนั้นด้วย

                         พอพี่ตี๋พูดเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดเป็นเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด ว่าถ้าคุณโชค ที่จัดเป็น CEO Branding คนหนึ่งและเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งมาก ถ้าไม่ได้แต่งงานกับคุณสู่ขวัญจะดังไหม เพราะจริงๆ ความเป็นคนเก่งก็เก่งอยู่แล้ว คนมันจะดังๆ ก็ต้องดังอยู่แล้วหรือไม่

                         แต่อะไรบางทีก็ต้องมีคนช่วยอยู่เหมือนกัน และไม่เห็นแปลกอะไรถ้าคนช่วยคนนั้นคือคนที่เราเลือกเป็นภรรยา ถือเป็นเรื่องเติมเต็มแล้วกัน

                         ไม่ทันได้คุยต่อเรื่องคุณโชค ก็แยกย้ายไปซื้อของฝากกันก่อน

                         พอซื้อข้าวของกันเสร็จก็กลับมาที่รถ คุยเรื่องนี้ต่อ ขณะวนรถอยู่ที่จอดรถเพื่อจะออกจากฟาร์ม ผมเล่าเรื่องคุณโชคต่อ บอกว่า สมัยที่คุณโชคเข้ามารับบริหารกิจการฟาร์มโชคชัยใหม่ๆ ตอนนั้นแกอายุ 25 ปี และต้องมารับหน้าที่ในฐานะผู้บริหารสูงสุด ขณะภาวะตอนนั้นบริษัทเป็นหนี้อยู่เกือบ 500 ล้านบาท     

                        ผมเล่าต่อ ตอนนั้นคุณโชคตัดสินใจขายกิจการที่ทำรายได้หลักอย่างผลิตภัณฑ์ตรานมโชคชัย เพราะมองว่าการแข่งขันสูง และเลือกทำธุรกิจที่คนอื่นลอกเลียนแบบได้ยาก ทำธุรกิจในแบบเฉพาะตัว ที่ไม่ต้องแข่งขันกับใครมาก

              พี่ตี๋แสดงความเห็นด้วยบอก พวกเกษตรกรที่รีดนมวัว แล้วเอามาขายจะเห็นว่า ตอนหลังธุรกิจพวกนี้รอดยาก

               ผมคิดในใจ ไม่แปลกถ้าใครจะเห็น นมหรือแฟรน์ไชส์ Umm… mill มากกว่า ตรานมโชคชัย เพราะยี่ห้อนี้ขายให้เขาไปแล้ว ส่วน Umm… mill เป็นการเอากับมาทำใหม่เพื่อต่อเติมธุรกิจให้ครบวงจร และต้องใช้ชื่อใหม่ เพราะชื่อเก่าขายลิขสิทธ์ให้เขาไปแล้ว

                      ในหนังสือเกี่ยวกับคุณโชค ไม่ว่าจะฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ , ซีอีโอสลับร่าง , หรือโชคช่วยด้วย...ประสบการณ์ ที่ผมเคยอ่าน จะมีคำพูดประโยคหนึ่งที่คุณโชคพูดเสมอ คือคำว่า

                       คิดแบบเด็กทำแบบผู้ใหญ่

                       ซึ่งความหมายนี้จะหมายความสั้นๆ คือ วิธีคิดต้องมีความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการแบบเด็กๆ แต่ลงมือทำ ต้องมีการวางแผน ต้องมีระบบระเบียบอย่างผู้ใหญ่

                       ในหนังสือฟาสต์ฟู้ดธุรกิจลำดับที่12 ของ หนุ่มเมืองจันทร์ ได้เล่าถึง แนวคิดธุรกิจของคุณโชค มักเริ่มต้นจากรากฐานที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีฟาร์มโคนมแทนที่เขาจะขยายไปสู่อุตสาหกรรมนมกลับไปขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

                       ขายประสบการณ์สำหรับคนกรุงและเด็กที่โหยหาธรรมชาติ ป้อนนมวัว ทำไอศกรีมเอง

                        จะเห็นได้ว่าอย่างร้าน Umm… mill หน้าฟาร์มโชคชัยที่พวกผมจอดรถเมื่อกี้ จะมีสาธิตรีดนมวัวให้เห็นสดๆ ก่อนจะผ่านกรรมวิธีผ่านทางท่อ แล้วนำมาขายหน้าร้านให้เห็นกันสดๆ

                        ในหนังสือเล่มนี้ หนุ่มเมืองจันทร์ยังเล่าถึงในที่ห้องประชุมของฟาร์มโชคชัย ว่าคุณโชคมักบอกลูกน้องเสมอ การวิเคราะห์อะไรห้ามใช้คำว่า ผมคิดว่า...

                        ต้องเริ่มจาก ผมรู้ว่า...ก่อน

                       หนุ่มเมืองจันทร์บอกว่า การวิเคราะห์เริ่มต้นจาก ความรู้ แต่ความคิดสร้างสรรค์เริ่มต้นจากจินตนาการ

 

                        รถมุ่งตรงกลับกรุงเทพ

                        พี่ตี๋แซวพี่จิ๋มบอกจิ๋มมาเที่ยวนี้สร้างชื่อจริงๆ ด้วยการเล่นไพ่

                        แต่ละคนช่วยพูดกัน รวมทั้งตัวแกด้วย มาเที่ยวเที่ยวนี้ เป็นผู้หญิงคนเดียวนั่งเล่นไพ่อยู่จนดึก แล้วกินเหล้า เสียงดังด้วย

                        ผมบอกเหมือนที่บอกย้ำกับคนอื่นในหลายๆ ครั้ง บอก ตอนแรกพี่จิ๋มก่อนมาบอกว่าจะไม่เล่น เช็คดวงก่อนมาว่าไม่มีดวงการพนัน แต่ถึงเวลาเล่นจริง เล่นตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีขาดสักตา

                        ผมบอก ต่อไปนี้กลายเป็นแบรนด์ติดตัวไปแล้ว

                        พี่ตี๋บอก เป็นตัวคีย์แมนสำคัญที่ทำให้เที่ยวนี้สนุก (ผมคิดในใจว่าจริง ขนาดพี่ชัดกับมินท์ออกปากว่า มาเที่ยวรอบหน้าต้องเอาพี่จิ๋มมาด้วยให้ได้ ไม่นั้นพวกเขาจะไม่มา)

                        ผมบอกพี่จิ๋มมารอบนี้สร้างแบรนด์ได้แล้ว

                        ผมกลับไปคิดเรื่องคุณโชคกับฟาร์มโชคชัยอีกครั้ง เมื่อพูดเรื่องการสร้างแบรนด์ เพราะฟาร์มโชคชัยปีๆ หนึ่งตั้งงบ ใช้งบในการโฆษณาน้อยมาก ยิ่งถ้าเทียบกับอัตราส่วนบริษัทอื่นๆ แต่ฟาร์มโชคชัยและตัวคุณโชคกับเป็นที่รู้จักในสังคมอย่างกว้างขวาง

                        ก่อนจะไปเล่าถึงพี่จิ๋มกับฟาร์มโชคชัยสร้างแบรนด์ ผมกับมาเล่านิยามของคำว่า Brand ให้ฟังนิดหนึ่ง ซึ่งคุณบัณฑูร ล่ำซำประธานเจ้าหน้าบริหารธนาคารกสิกรไทยพูดไว้ว่า

                       “Brand คือ ประสบการณ์ที่ประทับอยู่ในใจลูกค้า ที่ทำให้เกิดความรู้สึกกับยี่ห้อสินค้า หรือ บริษัทนั้นๆ เป็นเรื่องที่มากกว่าชื่อและสี หรือรูปลักษณ์ใหม่ๆ มากมาย

                       ขณะที่คุณดลชัย บุณะรัตเวช ซีอีโอ เดนท์สู ยัง แอนด์ รูบแคม บอกว่า "Brand คือประสบการณ์ของผู้บริโภค จากสิ่งที่แบรนด์นำเสนอรวมไปถึงการสื่อสารอื่นๆ ทุกอย่างที่ออกจาก Brand แบรนด์คือการสะสมรวบรวมของการรับรู้ เป็นผลของความเข้าใจและความรู้สึกรวมๆ เป็นสิ่งที่สะสมมาเรื่อยๆ เป็นการรับรู้ที่ยังอยู่ในหัวสมองคน"